วิธีการดำเนินงานของบริษัท

        การจัดคนเข้าทำงาน

     ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของบริษัทฯ ต้องดำเนินการเพื่อให้องค์กรได้คนที่มีคุณสมบัติตรงตามความถูกต้องของลูกค้ามากที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าตลอดเวลาเมื่อได้บุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ต้องการแล้ว บริษัทฯ จะทำการฝึกอบรมด้านวิชาการด้านทหาร และอื่นๆ อย่างน้อย 7-15 วันก่อนให้ลงฝึกปฎิบัติหน้าที่ตามหน่วยงานกับพนักงานเก่าเพื่อให้เรียนรู้ภาคปฎิบัติอย่างน้อย 1 เดือน เสร็จแล้วจึงจะจัดคนเข้าทำงานตามหน่วยงานที่เหมาะสม

 

บ้านพัก

        เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทางบริษัทฯ จึงได้จัดหาบ้านพักให้ใกล้กับสถานที่ประกอบการของลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อให้สะดวกและมีความคล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้นและเป็นการป้องกันเหตุของการทำงานล่าช้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังพลจริงไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่แทนได้ทันท่วงที

 

การรับคำสั่ง

        หัวหน้าเขตหรือหัวหน้าชุดจะเป็นผู้รับคำสั่งจากลูกค้าโดยตรง โดยคำสั่งดังกล่าวอาจจะเป็นการสั่งด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า หรือทางบริษัทฯ ทุกครั้งโดยหัวหน้าชุดจะเป็นผู้รับทราบ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับทราบเช่นเดียวกัน

 

การอบรม

        นอกเหนือจากการอบรมขั้นพื้นฐาน เช่น กิริยามารยาท,การดับเพลิง,การปฐมพยาบาล,การป้องกันตัว ฯลฯ ก่อนการเข้าปฎิบัติหน้าที่ ทางบริษัทฯ จะส่งฝ่ายปฎิบัติการมาทำการฝึกอบรมเพิ่มเติม ณ สถานที่ประกอบการของลูกค้าด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจในวิธีการต่างๆ ในการรักษาความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้นเป็นประจำ ซึ่งในช่วงแรกที่ทางบริษัทฯ จะจัดส่งฝ่ายปฎิบัติการ ไปควบคุมการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยตรง เพื่อให้การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีต่อลูกค้าและทางบริษัทฯ เป็นไปตามที่กำหนดไว้  นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีรูปแบบเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาฝึกอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบโดยรวม ณ ที่ทำการของบริษัทฯ ทุกวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน (เป็นการฝึกสลับกันในแต่ละผลัดของแต่ละหน่วย) เพื่อเป็นการย้ำและเข้าใจ เสริมสร้างทัศนคติที่ดี และรับทราบถึงกฎเกณฑ์ใหม่ (ถ้ามี) ที่ทางบริษัทฯ ได้กำหนดไว้อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย

 

การฝึกอบรม แบ่งเป็น  3  ลักษณะ

                1.  การฝึก + อบรมประจำวัน

                2.  การฝึก + อบรมประจำสัปดาห์

                3.  การฝึก + อบรมประจำเดือน

 

หัวข้อการฝึกอบรมตามหลักการ การรักษาความปลอดภัย

                  1.  งาน รปภ.  มาตรฐานทั่วไป

                            1.1  การฝึกระเบียบวินัย บุคคลท่ามือเปล่า

                            1.2  การฝึกการสังเกตการณ์

                            1.3  การฝึกท่าเดิน

                            1.4  การฝึกช่วยชีวิต

                2.  การป้องกันและปราบปราม

                                2.1  ฝึกการจับกุม

                                2.2  ฝึกต่อสู้ด้วยมือเปล่า

                            2.3  ฝึกการดับเพลิง

                            2.4  กฎหมายเกี่ยวกับ รปภ.

                 3.  งานบริการ

                                3.1  การบริการลูกค้า

                                3.2  การช่วยเหลือลูกค้า

                                3.3  มารยาทต่อลูกค้า  

              4.  การประชาสัมพันธ์

                                4.1 อบรมให้รู้จักผู้บังคับบัญชา

                            4.2  ให้รู้จักที่ตั้งร้านค้าต่างๆ ภายในหน่วยงาน

                            4.3  สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อห้ามของหน่วยงาน

                                4.4  การประชาสัมพันธ์ตามที่ศูนย์แจ้งมา

                            4.5  ปลูกฝังจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่

                            4.6  ให้ภูมิใจและรักในอาชีพ

 

การคัดเลือกบุคลากร

                  1.  ชายไทยอายุตั้งแต่  20– 45 ปี

                2.  ความสูง  160  ซม.  หรือมีความเหมาะสม

                3.  มีความรับผิดชอบปฏิบัติตามระเบียบวินัยของบริษัทฯ

                4.  ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรงานรักษาความปลอดภัย

 

แหล่งที่มาของบุคลากร

                1. รปภ. เดิมที่มีอยู่แล้วแต่คัดเลือกให้ได้ตามคุณสมบัติ

                2. การจ้างค่าแรงสูงกว่า เพื่อจะมี รปภ.ย้ายเข้ามาสมัครทำ ให้มีโอกาสในการคัดเลือกมาก

                3. ตามสายการจัดหางานที่บริษัทฯ วางใจ

 

เครื่องแบบและอุปกรณ์ประจำตัว

               จะต้องดูสะอาดและเรียบร้อยเสมอ ถ้าหากตรวจพบว่ามีการละเลยต่อสิ่งเหล่านี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผู้นั้นจะถูกลงโทษตามระเบียบวินัยทันที สำหรับในส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ตลอดเวลา กรณีอุปกรณ์ชำรุดหรือไม่ครบถ้าหากไม่มีการแจ้งให้บริษัทฯ ทราบจะถือว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั้นบกพร่องต่อหน้าที่อย่างรุนแรง

 

หน้าที่โดยทั่วไป

                  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างไม่ให้ได้รับความสูญหายเสียหาย  รวมทั้งการป้องกันอัคคีภัย  ,   ผู้บุกรุกเข้าไปในเขตหวงห้าม   ,  ป้องกันการโจรกรรมและอาชญากรรม   การสูญเสียอื่นๆตลอดจนความเสียหายต่างๆในอันที่จะทำให้ผู้ว่าจ้างต้องสูญเสียผลประโยชน์ไป

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ  และเชื่อฟังคำสั่งโดยชอบของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด

 

ความรับผิดชอบในหน้าที่

                1.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในจุดหรือบริเวณที่กำหนด ( หากมีการกำหนด  )

              2.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะละทิ้งหน้าที่ไปก่อนที่จะมีผู้เข้ารับเวรต่อเนื่องไม่ได้  ต้องรอจนกว่าจะมีผู้ที่มาเข้า

                   รับเวรก่อนจึงจะออกไปจากสถานที่ได้  ( เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับสายตรวจขึ้นไป )

              3.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องมาถึงจุดที่ทำงานก่อนเวลาทำงาน  ( อย่างน้อย  15  นาที )  เพื่อรับส่งมอบ

                   งานและประสานงานระหว่างพนักงานด้วยกันในผลัดเก่า  และเมื่อเสร็จภาระหน้าที่แล้วให้ออกนอกสถานที่โดยทันที  ไม่อนุญาตให้อยู่ในบริเวณสถานที่ทำงาน

              4.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ทางบริษัทฯ  ได้กำหนดไว้เท่านั้น

              5.  ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างหรือบุคคลอื่นขอร้องให้ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดหรืองานพิเศษ จะต้องได้รับอนุญาตจากทางบริษัทฯ เสียก่อนจึงจะปฏิบัติได้

              6.  การตัดสินใจที่จะทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่บริษัทฯ  มิได้กำหนดให้  หากเกิดความเสียหายหรือมีผู้เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้น   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง

              7.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตื่นตัว  รวดเร็ว   และจะต้องพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในทุกรูปแบบ

              8.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเตรียมเครื่องมือ   อุปกรณ์    ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานที่ทางบริษัทฯ  ให้นำติดตัวไปและพร้อมที่จะใช้งานตลอดเวลา

              9.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องปฏิบัติตามตารางเวลาที่กำหนดไว้

              10. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะแลกเปลี่ยนเวลาการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพนักงานด้วยกันเองไม่ได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสายตรวจ  หรือหัวหน้าแผนกปฏิบัติการก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติได้

              11. การหยุดพักรับประทานอาหารจะต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือตามเวลาที่ทางบริษัทฯ  กำหนดไว้ 

              12. ห้ามนำบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของตนเข้าไปในสถานที่ทำงานของผู้ว่าจ้าง  ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือเพื่อน    หากพบเห็นถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

 

การรายงานเหตุการณ์

                1.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องรายงานเหตุการณ์ทุกๆครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญๆ

              2.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเขียนรายงานเหตุการณ์ ( ตามแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์ ) ไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญๆ  ที่ควรต้องรายงานหรือตามระเบียบคำสั่งที่กำหนดไว้ในสถานที่นั้นๆ

              3.  แบบรายงานเหตุการณ์   จะต้องมีสำเนาแบบทุกครั้งใบหนึ่งส่งผู้ว่าจ้าง  อีกใบหนึ่งให้กับสายตรวจหรือ

                   บริษัทฯ  แล้วแต่กรณี

              4.  การรายงานเหตุการณ์   หากเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งและการมีผลกระทบถึงบริษัทฯ  จะต้องแจ้งผู้ว่าจ้าง  หรือบริษัทฯ  ทราบโดยเร็ว   เช่น  โทรศัพท์       ฯลฯ

              5.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติของลูกจ้าง  ในกรณีที่บุคคลเหล่านั้นฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย หรือก่อกวนให้เกิดสถานการณ์ยุ่งยากต่อผู้ว่าจ้างหรือสถานที่ทำงานนั้นๆ  ต่อหัวหน้างานหรือสายตรวจ หรือผู้ว่าจ้าง                     ทราบโดยทันที

 

คำแนะนำพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

 1.  การเกิดอาชญากรรมหรือโจรกรรม

                    ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบว่าเกิดปัญหาอาชญากรรม  หรือโจรกรรมขึ้นภายในบริเวณสถานที่ของผู้ว่าจ้าง  จะต้องปฏิบัติดังนี้

                          -  แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยทันที

                          -  แจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบ

                          -  แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ

                          -  ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณโดยเด็ดขาด

                          -  ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ  ในบริเวณที่เกิดเหตุก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง

 

2.  การประสานงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

               ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอเข้าไปในบริเวณสถานที่ของผู้ว่าจ้างเพื่อต้องการตรวจค้น  หรือเข้าไปสอบสวน บางสิ่งบางอย่างขอให้รายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบก่อน   เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปทำการตรวจค้น   หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งภายในบริเวณสถานที่ของผู้ว่าจ้างโดยปราศจากหมายค้น

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปในสถานที่ของผู้ว่าจ้างได้ในกรณีต่อไปนี้

                  1.  มีหมายค้นเป็นหนังสือของทางราชการถูกต้อง

                2.  ผู้ว่าจ้างเชิญให้มา ( หรือได้รับอนุญาตแล้ว )

                3.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญให้มาเนื่องจากเกิดเหตุอาชญากรรม   หรือโจรกรรมขึ้นมาภายในสถานที่ของผู้ว่าจ้าง

 

3.  การป้องกันอัคคีภัย

                การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงที่ผู้ว่าจ้างจะต้องสูญเสียไปก็คือ   การเกิดเหตุเพลิงไหม้  หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถระงับต้นเพลิงได้อาจทำให้ผู้ว่าจ้างต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตคนซึ่งเป็นความสูญเสียที่อาจประมาณค่ามิได้  ดังนั้น  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงต้องคำนึงอยู่เสมอว่า  การป้องกันอัคคีภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัย   และจะต้องทราบถึงจุดที่ตั้งของอุปกรณ์เครื่องมือดับเพลิงแต่ละชนิดที่มีอยู่ในหน่วยงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและการเรียนรู้การป้องกันอัคคีภัยจึงควรจะถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด  กรณีเกิดเหตุไฟไหม้   หรือเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจพบว่ามีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้น   สิ่งแรกที่สุดที่เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติคือ   เข้าระงับต้นเพลิงทันทีโดยใช้เครื่องมือหรือถังดับเพลิงเคมีที่มีอยู่ในสถานที่ของผู้ว่าจ้างนั้นๆเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ รปภ. ควรจะปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

                  1.  ระงับต้นเพลิง( ดับไฟ ) ทันที

                2.  ช่วยเหลือชีวิตผู้ประสพภัยเท่าที่สามารถทำได้

                3.  กดสัญญาณเตือนภัย ( ถ้ามี )

                4.  แจ้งหน่วยดับเพลิง ( 191 )  หรือสถานีตำรวจดับเพลิงที่อยู่ใกล้เคียง

                5.  แจ้งให้หน่วยดับเพลิงทราบถึงสถานที่ที่เกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด ระบุถึงจุดที่เกิดเพลิงในสถานที่นั้นและบริเวณใกล้เคียงที่ไฟสามรถลุกลามได้ง่ายหรือไม่และควรจะเข้ามาที่จุดเกิดเพลิงไหม้โดยเส้นทางไหน

                6.  ปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามมากยิ่งขึ้น

                7.  เคลียร์เส้นทางให้หน่วยดับเพลิง   (  บันทึกเวลาที่หน่วยดับเพลิงมาถึง  )  นำหน่วยดับเพลิงไปยังจุดที่เกิดเพลิง

                8.  แนะนำหน่วยดับเพลิงเกี่ยวกับสถานที่

                9.  ให้หน่วยดับเพลิงเป็นผู้เข้าผจญเพลิง

                10. แจ้งให้บริษัทฯ  ทราบ

                11. แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ

 

การปฏิบัติเกี่ยวกับมีผู้บุกรุก

              ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทราบหรือสงสัยว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาในสถานที่ของผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็วและอย่าให้ผู้บุกรุกรู้ตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเฝ้าดูไม่ให้ผู้บุกรุกคลาดสายตาและควรบันทึกรูปร่างลักษณะต่างๆของผู้บุกรุกไว้ด้วย  เช่น   เพศ   ความสูง   อายุ  สีผม  ทรงผม  ลักษณะใบหน้า  หู  ตา  จมูก  ปาก  การแต่งกาย  ท่าทางการเดิน  สำเนียงการพูด  หากนำยานพาหนะมาด้วยให้บันทึกชนิดของยานพาหนะ   หมายเลขทะเบียน   สีรถ  หรือตำหนิอื่นๆ ไว้ด้วย การจับกุมผู้บุกรุกควรจะกระทำเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้จับกุม   ซึ่งจะทำได้ง่ายและปลอดภัยกว่าการที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดำเนินการจับกุมเอง

 

การตรวจสอบบุคคลหรือยานพาหนะที่จะเข้าในบริเวณสถานที่ของผู้ว่าจ้าง

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะต้องตรวจสอบบุคคลภายนอกผู้มาเยี่ยม   โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยพบเห็นหรือรู้จักจะต้องไม่อนุญาตให้เข้าไปในบริเวณสถานที่ของผู้ว่าจ้างเป็นอันขาด

 

การตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควรจะสอบถามหรือปฏิบัติดังนี้

                   1.  ถามชื่อ , ที่อยู่ , ธุระ , ต้องการพบใคร , ใช้เวลานานเท่าใด

                 2.  ขอตรวจดูบัตรประจำตัวประชาชน , ใบขับขี่ , บัตรข้าราชการ   หรือบัตรอื่นๆที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตัวได้

                 3.  หากมีการกำหนดให้บันทึกหลักฐานในสมุดบันทึกการผ่านเข้า – ออก   หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นว่าควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้จดบันทึกหรือลงหลักฐานไว้ให้เรียบร้อย

                 4.  หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสงสัย  อาจมีการเซ็นต์ชื่อในสมุดบันทึกการผ่านเข้า -  ออก พร้อมตรวจสอบลายเซ็นกับหลักฐานแสดงตัวที่นำมาแสดงให้ถูกต้องตรงกัน

                 5.  หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จแล้วจะต้องแจ้งให้ผู้ถูกระบุว่าต้องการเข้าพบทราบเสียก่อนหากอนุญาตให้เข้าพบได้จึงอนุญาตให้เข้าไปได้

 

การตรวจค้น

               เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องตรวจค้นทุกคนต้องผ่านเข้า -  ออก  โดยเฉพาะหากทำการกำหนดเป็นระเบียบ  หรือข้อบังคับจะต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด   เว้นแต่กรณีผู้ว่าจ้างได้กำหนดให้มีการยกเว้นเท่านั้นการตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องทำโดยละเอียดและจะต้องปฏิบัติด้วยความสุภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องยินยอมให้สายตรวจหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ  หรือผู้ว่าจ้างค้นตัวหรือยานพาหนะของตนทุกครั้ง

 

การเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

                 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะถูกเปลี่ยนต่อเมื่อมีการร้องของจากลูกค้า ในกรณีที่เห็นสมควรหรือเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ทุกๆ 3 เดือน ฯลฯ หรือทางบริษัทฯ ได้พิจารณาเห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั้น ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานเท่าที่ควร ทางบริษัทฯ จะต้องแจ้งด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรให้ลูกค้าทราบเพื่อชี้แจงเหตุผลใน

การขออนุญาตเปลี่ยนแปลงบุคลากรเป็นประจำทุกครั้ง ซึ่งในกรณีที่ลูกค้าไม่เห็นด้วย บริษัทฯ จะถือดุลยพินิจของลูกค้าเป็นสำคัญ (ในกรณีเร่งด่วนทางบริษัทฯ อาจจะโทรศัพท์เพื่อขอคำปรึกษาจากลูกค้าก่อน) อนึ่งในการส่งกำลังพลหรือเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในแต่ละครั้ง ทางบริษัทฯ จะนำส่งประวัติและรายละเอียดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปด้วยเป็นประจำทุกครั้ง

 

การรวมแถวเปลี่ยนผลัด

          ผลัดกลางวัน   กำหนดให้ รปภ. รวมแถว  เวลา  06.45  น.

          ผลัดกลางคืน   กำหนดให้ รปภ.  รวมแถว  เวลา  18.45  น.

โดยหัวหน้าชุดเป็นผู้รวมแถวและชี้แจงให้  รปภ.  ทราบคือ

1.  ชี้แจงคำสั่งหรือนโยบายของทางบริษัทฯ

2.  ชี้แจงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำงานแต่ละวัน

3.  ชี้แจงปัญหาอื่น เกี่ยวกับตัว รปภ. ที่ต้องปรับปรุงหรือแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามลักษณะงาน   เป็นต้น


การเปลี่ยนผลัดของ  รปภ.

           ระยะเวลาการเปลี่ยนผลัด

                            หัวหน้าชุดเปลี่ยนผลัดทุกๆ                          7   วัน

                            พนักงาน  รปภ.เปลี่ยนผลัดทุกๆ                    15  วัน

ทั้งนี้เพื่อให้  หัวหน้าชุด และ  รปภ.  ได้พบกันทุกผลัด

 

การรับส่งเวรแต่ละผลัด

กำหนดให้ผลัดที่เข้าเปลี่ยนเดินแถวเข้าไปตามถนนอย่างเป็นระเบียบทั้ง  2  ผลัด

 

การทำความสะอาดป้อมรักษาการณ์และบริเวณโดยรอบป้อม

กำหนดให้ รปภ.  ประจำป้อมรับผิดชอบทำความสะอาดก่อนออกเวรเป็นประจำทุกวัน โดยหัวหน้าชุดเป็นผู้ตรวจสอบแต่ละวัน และสายตรวจของบริษัทฯ  ตรวจสอบอีกครั้งเมื่อเข้าตรวจหน่วย

 

การออกกำลังกาย

                   กำหนดให้  รปภ. มีการออกกำลังกายดังนี้

                     1.  ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ละ  1  ครั้ง

                     2.  รปภ. ที่จะออกกำลังกายจะต้องเป็น รปภ. ผลัดกลางวันที่กำลังจะออกเวร โดยให้ รปภ. ผลัดกลางคืน มาเปลี่ยนเวรตั้งแต่เวลา  17.00  น. และเตรียมพร้อมออกกำลังกายเวลา 17.30 – 19.00 น.

                     3.  กำหนดการแต่งกายของ รปภ. ให้แต่งกายครึ่งท่อนโดยใส่เสื้อยืดของบริษัทฯ

                     4.  กำหนดการออกกำลังกาย   

                             1.  วิ่งตามถนน ไป – กลับ ประมาณ  1  กิโลเมตร

                             2.  ท่ากายบริหาร  6  ท่า

                             3.  ฝึกท่าบุคคลมือเปล่าและท่าจราจรและสัญญาณจราจรต่างๆ

                             4.  อบรมเน้นย้ำการทำงานที่ผ่านมาและงานที่จะต้องทำต่อไป  ข้างหน้า      

                             5.  เน้นย้ำเกี่ยวกับระเบียบวินัยของ รปภ.  เป็นต้น

 

การสนับสนุน

นอกเหนือจากพนักงานที่ปฎิบัติงานประจำหน่วยงานแล้ว ยังมีทีมสนับสนุนการปฎิบัติงานจากส่วนกลางเข้าตรวจตรา ตรวจสอบการปฎิบัตงานของพนักงานตามหน่วยงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดทีมงานดังนี้

                    1.ทีมสายตรวจประจำ จะเข้าตรวจสอบ ตรวจการทำงานของพนักงาน ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุด

                    2.ทีมสายตรวจพิเศษ จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารในประจำการเข้าตรวจสอบ ตรวจตราการทำงานของพนักงานเพื่อเสริมจากสายตรวจประจำ

                    3 ทีมฝ่ายปฎิบัติการ ส่วนใหญ่จะเข้าตรวจเยี่ยมพนักงานตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้กำลังใจการปฎิบัติงาน รวมทั้งรับฟังปัญหาจากผู้ว่าจ้างหรือพนักงานนำมาปรับปรุงแก้ไข วิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

งานพิเศษ

บริษัทฯ จะจัดให้มีทีมงานพิเศษเพื่อช่วยให้เสริมการปฎิบัติงานให้มีประภาพยิ่งขึ้น เช่น ทีมงานตรวจสอบที่เกิดเหตุและตรวจสอบลายนิ้วมือ ทีมงานสืบสวนติดตามคนร้ายเมื่อมีเหตุมีอาวุธ หรือเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นที่หน่วยงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ว่าจ้างและพนักงาน เช่น สนับสนุนสิ่งของ หรือจัดพนักงานให้บริการเสริมแก่ผู้จ้างในการจัดงานขึ้นปีใหม่,งานวันเด็ก หรืองานพิเศษอื่นๆ มอบของขวัญให้กับพนักงาน ประกาศพนักงานดีเด่น เป็นต้น

สุดท้ายของการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทฯ เป็นไปเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าเป็นหลักสำคัญ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีการส่งแบบสอบถามประเมินผลงานการปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานประจำเดือน เพื่อพัฒนาการบริหารและการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นไป

 

บริการหลังการขาย

                    1.การสับเปลี่ยนพนักงาน ผู้ว่าจ้างสามารถทำได้ตลอดปีว่าจ้าง บริษัทฯ จะดำเนินการสับเปลี่ยนให้ทันที ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ผู้ว่าจ้างร้องขอ

                    2. บริษัทฯ จะจัดเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาประสานงานตามความต้องการของท่านหรืออย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หรือมากกว่านั้นหากกรณีมีเหตุไม่ปกติ

                    3. บริษัทฯ มีศูนย์วิทยุสื่อสารคอยตรวจสอบการทำงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่สายตรวจคอยตรวจสอบการทำงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ต่ำกว่า 2 รอบต่อวัน

                    4. บริษัทฯ มีสายตรวจปฎิบัติการพิเศษซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษเข้าตรวจตราพนักงานรักษาความปลอดภัยให้กับท่าน และสามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันทีที่มีเหตุร้ายต่างๆ อุปกรณ์พิเศษบริษัทฯ จะนำมาใช้ในหน่วยยงานของท่านโดยพิจารณาจากความเหมาะสมของสถานภาพหน่วยงานได้แก่

วิทยุสื่อสาร

อุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมุดรายงานเหตุการณ์, ชุดเครื่องแบบ,เสื้อกันฝน,รองเท้าบู๊ท

บัตรผู้มาติดต่อ ( Visitor) ภายในอาคาร และบัตรจอดรถยนต์,รถจักรยานยนต์

 

การติดตามผลงานและประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง

ทางบริษัทฯ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปตรวจ ณ สถานที่ของผู้ประกอบการเพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนในแต่ละวัน รวมทั้งมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาตรวจสอบการทำงานด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากนี้เพื่อให้การติดต่อตามงานของบริษัทฯ เป็นไปด้วยดียิ่งขึ้น ในทุกๆ เดือนทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติงานมาเยี่ยมลูกค้า เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการที่รับทราบถึงปัญหาและสิ่งที่ควรแก้ไขว่ามากน้อยเพียงใด (ปกติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องเขียนรายงานเสนอผู้ว่าจ้างทุกวัน) และถ้าเป็นไปได้ทางบริษัทฯ เห็นควรให้มีการกำหนด การประชุมระหว่างลูกค้าและบริษัทฯ ตามความเหมาะสม เพื่อการสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น ข้อเสนอแนะต่างๆ และอื่นๆ โดยการจัดทำเอกสารซึ่งจะเป็นความลับระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้าโดยเฉพาะเท่านั้น

ในกรณีที่ลูกค้ามีปัญหาในหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีความบกพร่องต่อหน้าที่ ท่านสามารถติดต่อมา ณ ศูนย์ รับแจ้งเหตุของบริษัทฯ ได้ที่หมายเลข  02-138 2931  ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด

 

ความรับผิดชอบ

บริษัท แสนฟ้า เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด จัดให้มีความรับผิดชอบในความเสียหายหรือสูญหายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาบริการรักษาความปลอดภัย  โดยการชดใช้ค่าเสียหายหรือสูญหายตามที่เกิดขึ้นจริง โดยหักค่าเสื่อมสภาพจากการใช้งาน 20 % และในวงเงินความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับการว่าจ้าง พนักงานรักษาความปลอดภัย